โปรแกรมแข่งขัน
อาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2559 21:51
View Share

ทัพกำปั้นชุดริโอถึงไทยลั่นไม่ท้อสู้ต่อไปแน่นอน

"บิ๊กบางจาก" พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ขอโทษแฟนกีฬาชาวไทย หลังทีมกำปั้นไทยไร้เหรียญโอลิมปิก ด้าน 5 ก้ำปั้นพร้อมสู้ต่อ

 

ความเคลื่อนไหวสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ล่าสุด "บิ๊กบางจาก" พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา เลขาธิการสมาคม และอุปนายกสมาคมฯ กับคณะกรรมการบริหาร, พล.ร.ต.สุพจน์ สายวงศ์ปัญญา เจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ, นายดำรงรักษ อภิบาลสวัสดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งผู้สนับสนุนของสมาคมหลายรายรวมไปถึงญาติพี่น้องพร้อมแฟนกีฬาชาวไทยกับสื่อมวลชน มารอต้อนรับ ทีมขุนพลเสื้อกล้ามทีมชาติไทยชุดสู้ศึกโอลิมปิก 2016 ที่รีโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบิน เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ อีเค 384 

เมื่อเวลา 13.00 น. ทีมนักมวยประกอบด้วย ฉัตร์ชัย บุตรดี (รุ่น 56 กก.), อำนาจ รื่นเริง (60 กก.), วุฒิชัย มาสุข (64 กก.), สายลม อาดี (69 กก.) และ เปี่ยมวิไล เล่าเปี่ยม นักมวยหญิงรุ่น 51 กก.หญิง พร้อมด้วย "อ.เค๊ก" รศ.ดร.ไพบูลย์ ศรีชัยสวัสดิ์ ผู้ควบคุมทีม, "ตลาดแขก" น.อ.ทวีวัฒน์ อิสลาม หัวหน้าสตาฟฟ์โค้ช, จ.อ.ชัยชุมพล ชำนาญมาก, จ.อ.สุบรรณ พันโนน

                            

"บิ๊กบางจาก"ขอโทษแฟนมวย

 

ทางด้าน "บิ๊กบางจาก" พิชัย ชุณหวชิร นายสมามคมมวยฯ ได้กล่าวขอโทษแฟนมวยชาวไทยที่ไม่สามารถนำเหรียญมาฝากพี่น้องชาวไทยได้ เนื่องจากมีองค์ประกอบหลายอย่าง แต่สมาคมก็จะนำข้อผิดพลาดในครั้งนี้ไปปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องของโค้ช และสไตล์การชกของนักมวยที่ไม่สามารถต่อยให้ได้คะแนนในโอลิมปิกเกมส์ นับจากนี้สมาคมฯ ได้ประสานงานดึงโค้ชมวยฝีมือดีจากต่างประเทศเพื่อมาเตรียมทีมลุยซีเกมส์ และวางรากฐานมวยยุวชน-เยาวชนทีมชาติไทย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นชาติใด เพราะโค้ชเหล่านี้ยังเหลือสัญญากับชาติอื่นอยู่ ซึ่งสมาคมการันตีว่าเป็นโค้ชจากประเทศมหาอำนาจมวยสากลอันดับต้นๆ ของโลก

                            

เร่งสร้างยุวชน-เยาวชนสู้ปี2020

 

นอกจากนี้จะเร่งสร้างนักมวยยุวชนและเยาวชนโดยจะเริ่มหานัก มวยอายุ 8 ปี 12 ปี และ 14 ปี เพื่อเป็นฐานให้สมาคมมีตัวเลือกมากขึ้นในการคัดเลือกมาติดทีมชาติชุดใหญ่ โดยมีเป้าหมายทวงเจ้าซีเกมส์ และเอเชียนเกมส์ รวมถึงโอลิมปิก เกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

 

"เรามาต้อนรับและให้กำลังใจ หลังจากนี้เราจะพูดคุย เราจะรับผิดชอบ ถึงความล้มเหลวในเรื่องนี้ ที่มวยสากลไม่ได้แม้แต่เหรียญเดียว แน่นอนช่วงที่ผ่านมา เราทราบว่ามีเรื่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เรื่องโค้ชและผู้ฝึกสอน โค้ชที่ดีที่สุด ที่เราอยากจะจ้างมาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจะมีภารกิจ แต่เราจะมีโค้ชคนใหม่ และเราจะเตรียมการอย่างไร แต่ละจุดที่ผิดพลาดที่ต้องแก้ไข เราต้องมาหารือเรื่องนี้กัน สำหรับนักมวยเราต้องสร้างนักกีฬาตั้งแต่อายุ 14 ปี ประมาณ 8 ปีบวกลบ ตอนนี้เราสร้างไว้ 60-80 คน สร้างตั้งแต่เด็กๆ เรามีนักมวยระดับยุวชน นี่คือ 2 เรื่อง ที่ต้องแก้ไขทั้งเรื่องโค้ชและนักมวย เป็นการสังคายนาทีมมวยสากลใหม่ รวมทั้งการทำงานและร่วมงานกับสหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (ไอบา) ในอดีตเราเคยมีความสัมพันธ์ที่ดี แต่โอลิมปิกครั้งนึ้ไอบา ก็คงต้องรู้ตัวว่าต้องปรับปรุงจุดไหนบ้างกับเสียงวิจารณ์ที่ได้รับ" 


                          

 "ฉัตร์ชัย"ขอพักทำใจซักระยะ

 

ขณะที่ "เจ้าสด" ฉัตร์ชัย บุตรดี กำปั้นเสื้อกล้ามรุ่น 56 กก.ที่แพ้ว ลาดิเมีย นิกิติน นักชกรัสเซียไปแบบค้านสายตาชาวโลกได้ กล่าวว่า "ขอโทษคนไทย ก่อนไปมั่นใจว่าจะได้เหรียญ แต่เจอการตัดสินแบบนี้ เหนื่อย ตอนนี้คิดอะไรไม่ออก เพราะตั้งแต่ผมตกรอบ นอนไม่หลับ ตอนนี้ขออยู่กับครอบครัวก่อน สำหรับสไตล์การชก ในหลายประเทศ ก็ไม่ได้ใช้สไตล์การชกแบบไฟเตอร์ ไทยกับคิวบาก็ชกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการชกไม่มีผล ผมก็อยากรู้ว่า ระบบการให้คะแนนให้การชกมวยแบบไหนกันแน่ ท้อมาก แต่ได้กำลังใจจากหลายๆ ฝ่าย แต่จะกลับมาสู้ใหม่ ซึ่งนักชกรัสเซียและหลายๆ ชาติมาบอกว่าผมชนะด้วย"


                            

"วุฒิชัย"พร้อมลุยโตเกียว

 

ทางด้าน "เจ้าเอ็ม" วุฒิชัย มาสุข กำปั้นเสื้อกล้ามรุ่น 64 กก. กล่าวว่า "การแข่งขันครั้งนี้อยู่ที่กรรมการว่าจะชอบมวยแบบไหนมวยเดินหรือมวยถอย เราต้องดูคู่ชก ยอมรับว่าเราทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุกคนอยากชนะ เราจะปรับการชกทุกอย่างไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่ากรรมการชอบมวยถอยหรือมวยเดิน เราทำหน้าที่เต็มที่ฝึกซ้อมเต็มที่แล้ว ส่วนตัวผมก็จะนำมาเป็นบทเรียนปรับปรุงตัวเองเพื่อคว้าเหรียญโอลิมปิก อีก 4 ปีข้างหน้าให้ได้"


                            

"เปี่ยมวิไล"ขอเวลาตัดสินใจ


    
ส่วนทางด้าน "น้องแสบ" เปี่ยมวิไล เล่าเปี่ยม กำปั้นหญิงประวัติศาสตร์กล่าวว่า "สำหรับอนาคตนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจขอดูสภาพร่างกายตัวเองอีกซักระยะ เพราะตอนนี้อายุก็ 33 ปีแล้วอย่างไรก็ตามหากเลิกชกมวยแล้วก็ไม่รู้จะไปทำอะไรตอนนี้ก็รอการบรรจุเป็นข้าราชการทหารเรือจากต้นสังกัดอยู่ค่ะ" 


                              

"เพชร-ลม"ยันสู้ต่อ


    
ในส่วนของ "เจ้าเพชร" อำนาจ รื่นเริง รุ่น 60 กก.กับ "เจ้าลม" สายลม อาดี รุ่น 69 กก.นั้นได้กล่าวยืนยันว่าพร้อมจะสู้ต่อไปเนื่องจากทางนายขอให้ช่วยต่อเพื่อให้รุ่นน้องก้าวขึ้นมาทดแทนอีกทั้งยังจะได้นำประสบการณ์ไปช่วยสอนรุ่นน้องด้วย ซึ่งทางสายลมนั้นจะขอไปตรวจเช็กอาการบาดเจ็บที่แขนขวาพร้อมกับทำการรักษาให้หายเป็นปรกติแล้วจะกลับมามุ่งมั่นฝึกซ้อมเพื่อไปโอลิมปิกอีกครั้งครับ"


                          

"บิ๊กชาย"ชี้แพ้เพราะการตัดสิน


    
ด้าน "บิ๊กสรรพสามิตร" สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานพัฒนาเทคนิค กล่าวว่า "เราทำเต็มที่ขอโทษด้วยที่ไม่ได้เหรียญโอลิมปิก เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้บริหาร ที่ต้องแก้ไข เราต้องมีการวางแผนการทำทีมต่อไป กีฬามีแพ้มีชนะ ต้องเคารพการตัดสินใจของผู้ตัดสิน ผมพร้อมสู้ต่อไป ผมมั่นใจว่า เราทำตามแผนการชกทุกอย่าง แต่ เปี่ยมวิไล เล่าเปี่ยม จิตใจแกว่ง ทั้งๆ ที่เป็นความหวัง เนื่องจากนักชกชายตกรอบหมด ที่เราพลาดเหรียญโอลิมปิก ยอมรับและต้องทำงานหนัก ต้องเก็บมาคิดและปรับปรุง แก้ไข แต่นักมวยทำเต็มที่แล้ว ต้องมาดูว่า การให้คะแนนเป็นอย่างไร ผลตัดสินที่ออกมาต้องยอมรับ แต่มันเป็นสิ่งที่นอกเหนือการควบคุม ทางสมาคมฯ สร้างขวัญและกำลังใจเต็มที่ เมื่อผลเป็นแบบนี้ ทุกฝ่ายทำเต็มที่แล้ว นักกีฬาทุ่มเท สไตล์การชกของนักชกไทยไม่เป็นรอง เพียงแต่เป็นเรื่องของการตัดสินที่มีส่วนทำให้เราล้มเหลวจนพลาดเหรียญ โอลิมปิก"

TAG