โปรแกรมแข่งขัน
เสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2559 19:40
View Share

"อะแมนด้า คาร์"ไม่ถึงฝันแต่ภูมิใจได้แข่งขันในนามทีมชาติไทย

"ดีใจมากๆ ค่ะที่ได้มาแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก และดีใจมากที่ได้ใช้ธงประเทศไทยในการแข่งขันโอลิมปิก ภูมิใจที่ได้เป็นคนไทยมาแข่งขันโอลิมปิก"

 

    
"หยอง" อะแมนด้า คาร์ นักปั่นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน กล่าวด้วยรอยยิ้มและความภาคภูมิใจ หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ที่เธอจบผลงานด้วยอันดับ 6 ของกลุ่ม และไม่เพียงพอที่จะพาเธอผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ แต่เธอก็ยังดูเบิกบาน


     
"อะแมนด้า คิดว่าได้ทำเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว สู้สุดความสามารถแล้ว แต่ในโอลิมปิกมีคนที่เก่งกว่า ซึ่งอะแมนด้าก็รู้แต่ก็ได้พยายามทำให้ดีที่สุดของอะแมนด้าแล้ว ทำได้ขนาดนี้ก็พอใจ ถึงจะไม่มีเหรียญแต่เพราะมีคนที่เก่งกว่า" นักปั่นสาว กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ


     
สังเวียนชิงชัยแห่งนี้เต็มไปด้วยมือพระกาฬของโลก ที่ผ่านมาแม้จะเตรียมตัวมาอย่างหนักแต่ยังไม่เพียงพอ


    
จากการแข่งขันทั้ง 3 รอบ ในรอบแบ่งกลุ่มนั้น รอบที่ 2 คือรอบที่เธอออกตัวได้ดีที่สุด แต่ความแข็งแกร่งช่วงสปรินต์ยังไม่ดีพอเข้าอันดับ 5 ขณะที่รอบ 3 เกิดเกี่ยวกับคู่แข่งทำให้เข้าที่ 7 ก่อนจบผลงานด้วยอันดับ 6 ของกลุ่ม และเป็นผลงานที่ดีที่สุดของนักปั่นสาวกับโอลิมปิกครั้งแรกในชีวิต


     
"ในรอบแรกออกตัวช้าไปนิดหนึ่งแต่ก็บอกตัวเองไม่เป็นไร แก้ตัวใหม่ในสนามแข่งขัน ซึ่งรอบต่อมาถือว่าทำได้ดีที่สุด" นักปั่นสาววัย 26 ปี คุยเปิดอกอย่างเป็นกันเอง พร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่มีอยู่ตลอดเวลา


    
"และในรอบที่สอง อะแมนด้าก็เสียดายอยู่จร้า เพราะว่าหากเข้าอันดับ 4 แต้มเสียก็จะไม่มากตามอยู่แต้มเดียว โอกาสคงจะมีมากขึ้น แต่ในรอบ 3 ออกสตาร์ตไม่ดี และแม้จะไม่มีคนล้มและไปเกี่ยว อะแมนด้าก็คงไม่เข้ารอบอยู่ดีเพราะออกตัวได้ไม่ดี สู้รอบสองไม่ได้"


     
"อะแมนด้า" ยอมรับยังแข็งแกร่งไม่พอ สังเวียนโอลิมปิกมีคนเก่งกว่า แต่นั่นไม่ได้ทำให้ท้อแท้หมดหวังแต่อย่างไร บนเส้นทางสายนี้ยังพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปฝึกฝนพัฒนาตนเอง


     
เมื่อถูกถามว่าหลังจากนี้อยากจะทำอะไร นักปั่นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ตอบพร้อมหัวเราะว่า อยากอยู่ซือๆ (เฉยๆ) อยากพักผ่อน อยากนอน อยากทำอยากกินอะไรก็ได้ที่อยากจะกิน เพราะที่ผ่านมาอยู่แต่กับการฝึกซ้อมที่หนักมาก อยากจะอยู่แบบคนธรรมดาสักพัก


    
ขณะที่การแข่งขันโอลิมปิกในอีก 4 ปีข้างหน้าที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น อยากจะไปร่วมแข่งขันหรือไม่ อะแมนด้า ตอบง่ายๆ แต่เข้าใจว่า ยังไม่รู้ยังอยู่อีกไกล


    
"ตอนนี้ อะแมนด้าก็อายุ 26 ปีแล้ว อีก 4 ปีก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า อีกอย่างตอนนั้นก็กลัวคนจะบอกว่าเราเฒ่าแล้ว" กล่าวจบเธอก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี


    
ยังไม่อยากจะคิดไปไกลขนาดนั้น ตอนนี้เธอหวังเพียงว่าจะทำให้ดีที่สุดในแต่ละปี ซึ่งเวลานี้ได้โค้ชคนใหม่ คือ ปิแอร์ อองรี ซอส ชาวฝรั่งเศส มาช่วยติวช่วยฝึกปรือวิทยายุทธ์ให้ ซึ่ง อะแมนด้า บอกว่า ช่วยให้เธอดีขึ้นโดยเฉพาะการออกสตาร์ต


    
"ขอบคุณคนไทยมากที่เชียร์อะแมนด้า และเชียร์นักกีฬาไทยทุกคนในการแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งอะแมนด้าก็อยากให้นักกีฬาทุกคนภูมิใจในการเป็นคนไทย และตอนนี้ในโอลิมปิกก็มีนักกีฬาไทยสองคนได้เหรียญทอง ก็ดีใจมากๆ"


    
"ในพิธีปิดการแข่งขัน อะแมนด้าก็อยากจะไปร่วมเดินด้วยให้คนไทยได้ภาคภูมิใจ และขอบคุณมากๆ ที่วันนี้อะแมนด้าได้มาอยู่ในฝันของตัวเอง ซึ่งเป็นฝันของนักกีฬาทุกๆ คน"


     
อะแมนด้า คาร์ บอกว่า ยังปรารถนาจะได้รับใช้ชาติไทยอีกในวันข้างหน้า และจะพยายามทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่ได้เป็นตัวแทนและจะพยายามนำความสำเร็จมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


     
ปิดฉาก "รีโอเกมส์ 2016" ผลงานของจักรยานไทย แม้จะไม่สวยหรู ไม่มีเหรียญเกียรติยศติดมือกลับบ้าน แต่มองอีกมุม มันคือการจุดประกายให้กับวงการสองล้อไทยในเวทีระดับโลก


      
เชื่อว่า ณ เวลานี้ สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย คงรู้แล้วว่าจะเดินไปในทิศทางใด เพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง ไปถึงความสำเร็จในการแข่งขันระดับนานาชาติ ความพ่ายแพ้ ความผิดหวัง คือ บันได คือการเรียนรู้ ประสบการณ์ เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขพัฒนาตนเองต่อไป


    
แพ้ได้ในการแข่งขัน แต่ต้องไม่ยอมแพ้ที่จะสู้ต่อไป....