โปรแกรมแข่งขัน
เสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2559 02:58
View Share

ถอนแค้นที่ มาราคาน่า

โอลิมปิก 2016 ณ แดนแซมบ้า ขยับใกล้บทสรุป หลายชนิดกีฬาเกิดฮีโร่ให้ฉลองข้ามชาติกันทั้งชาติ

    ไทยเรานับถึงวันนั่งเขียนคอลัมน์นี้คว้ามา 6 เหรียญ คือ 2 ทองจาก โสภิตา ธนสาร (ยกน้ำหนักหญิง) กับ สุกัญญา ศรีสุราช (ยกน้ำหนักหญิง)


    2 เงินจาก พิมศิริ ศิริแก้ว (ยกน้ำหนักหญิง) กับ เทวินทร์ หาญปราบ (เทควันโดชาย)


    และ 2 ทองแดงจาก สินธุ์เพชร์ กรวยทอง (ยกน้ำหนักชาย) กับ พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ (เทควันโดหญิง)


    หนึ่งไฮไลต์ช่วงโค้งสุดท้ายคงต้องพูดถึงฟุตบอลชายที่ได้คู่ชิงแล้วคือ บราซิล กับ เยอรมัน ซึ่งจัดว่าเป็น ดรีม ไฟนอล ที่ต้องดู เพราะนอกจากใหญ่ต่อใหญ่ คู่นี้มีแค้นระดับฆ่าล้างโคตรให้ต้องสะสาง


    ฟุตบอลโลก 2014 บราซิลหมายมั่นปั้นมือคว้าถ้วย "จูลส์ ริเมต์" ต่อหน้ามิตรรักแฟนบอล


    รอบรองฯ เจอเยอรมันบนเงื่อนไขไม่มี เนย์มาร์ ซึ่งเจ็บหนักจากรอบก่อนหน้า ตามหน้าเสื่อเกมนั้นอินทรีเหล็กเหลื่อมนิดๆ แต่ใครจะเชื่อผ่าน 29 นาทีเลขบนสกอร์บอร์ดคือ 5-0 จบ 90 นาที บราซิล แพ้ 1-7 ปราชัยย่อยยับสุดในประวัติศาสตร์ชาติบนเวทีบอลโลก


    แม้ทีมชุดนี้กับชุดนั้นคนละชุดกัน แต่แน่ยิ่งกว่าแช่แป้งคือแรงกระตุ้นของแข้งแซมบ้า ตลอดจนแรงคาดหวังของแฟนบอลทั้งชาติ ต้องมี "ความแค้น" เจอปนเกิน 80% (เผลอๆ มากกว่านั้นด้วย)

 

ทีมแซมบ้า อกหักในรอบชิงชนะเลิศ โอลิมปิก มาถึง 3 หน


    ผลงานบนเส้นทางตั้งแต่รอบแรกของทั้งสองทีมแย่พอกัน บราซิล ของกุนซือ โรเจริโอ มิคาเล่ อยู่กลุ่ม A กับ เดนมาร์ก, อิรัก และ แอฟริกาใต้


    นัดแรก อดีตแชมป์โลก 5 สมัยซึ่งในฟุตบอลโอลิมปิกดีสุดคือแค่เหรียญเงิน (3 ครั้ง) เปิดหัวเสมอ แอฟริกาใต้ 0-0


    นัดสอง ... กว่า (เติมคำตามเห็นสมควรนะครับ) เสมอ อิรัก สกอร์เดิม เท่ากับว่า 180 นาทีทำมะเขืออะไรใครไม่ได้เลย


    ยังดีที่คู่แข่งร่วมกลุ่มก็ชนะกันไม่เป็น ประกอบกับนัดสุดท้ายถล่ม เดมมาร์ก 4-0 จบสามนัดจึงเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม


    ฝั่งอินทรีเหล็กของ ฮอร์สท์ ฮรูเบช ร่วมกลุ่ม C กับ เกาหลีใต้, เม็กซิโก และ ฟิจิ (เข้ามาเล่นเป็นครั้งแรก)


    นัดแรกอินทรีเด็กเสมอ "จังโก้" 2-2 ชนิดเกือบเอาตัวไม่รอดตามหลังสองครั้งสองครา


    นัดสองแย่พอกัน เสมอ เกาหลีใต้ 3-3 ลูกตีเจ๊าได้นาที 90+2


    ส่วนนัดฟอร์มนัดสุดท้ายที่ยำหมูประจำกลุ่มอย่าง ฟิจิ 10-0 คงวัดอะไรไม่ได้มาก เพราะกับฟิจิ เกาหลีใต้ ก็กดไป 8-0 ส่วนเม็กซิโกซัดเบาะๆ 5-1


    จบสามนัด เยอรมัน มี 5 แต้มตามตูด "แข้งพลังโสม" เป็นแค่อันดับสองของกลุ่มนี้


    ขยับมารอบน็อกเอาต์ 8 ทีมสุดท้าย ทั้งสองทีมดูดีขึ้น บราซิล เจอขาโหดโคลอมเบียอัดแหลก เหลืองปลิวว่อน แต่เอาตัวรอดชนะ 2-0 หนึ่งในนั้นคือการนับหนึ่งของ เนย์มาร์ ในทัวร์นาเมนต์นี้ด้วย

 

เนย์มาร์ ติดเครื่องแล้ว


    ด้าน เยอรมัน หวดกับ โปรตุเกส ที่ก็ไม่ง่าย แต่อัดยับ 4-0 ด้วยฟอร์มสุดยอด โอกาสยิงตลอด 90 นาที 20 ครั้ง เข้ากรอบ 10 หน และได้ประตูมาจากเกือบครึ่งในนั้น


    รอบรองชนะเลิศ ในที่สุดแข้ง "เซเลเซา" ก็เล่นสมราคาคุ้มค่าตั๋ว แม้คู่แข่งคือฮอนดูรัสที่ชื่อชั้นห่างกันมาก แต่ 6-0 จากสองลูกของ เนย์มาร์ กับ กาเบรียล เฮซุส และคนละหนึ่งจาก มาร์ควินญอส และ ลวน คือสกอร์ที่สร้างความฮึกเหิมให้ทั้งชาติได้ดีเหลือเกิน


    นัดนี้มีอีกเรื่องที่พูดกันเยอะคือลูกแรกของ เนย์มาร์ ที่ซุกก้นตาข่ายหลังเสียงนกหวีดแค่ 14 วินาที เร็วสุดในประวัติศาตร์บอลโอลิมปิก


    รอบรองฯ อีกคู่ เยอรมัน เจอ ไนจีเรีย เกมนี้หนัก สูสี สถิติครองบอล โอกาสยิง แทบไม่ต่าง แต่อินทรีเหล็กเด็ดขาดกว่า ชนะ 2-0 ตามนัดเข้าไปให้เจ้าภาพได้ถอนแค้นที่ มาราคาน่า สเตเดี้ยม เช้าวันอาทิยต์นี้ตามเวลาบ้านเรา


    สภาพทีมก่อนชิงดำของทั้งคู่สมบูรณ์ ไม่มีตัวเจ็บ ฝั่ง บราซิล ตัวความหวังคงหนีไม่พ้น เนย์มาร์ ที่รอบแรกดูเงียบ แต่ 2 เกมหลังสุดยิง 3 ประตู กำลังมั่นใจเต็มขีด


    อีกสองคนที่ฟอร์มกำลังมาคือ กาเบรียล เฮซุส ตัวรุก พัลเมรัส ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งจ่ายเงิน 27 ล้านปอนด์ซื้อไปครอบครอง (แต่ แมนฯ ซิตี้ อนุญาตให้อยู่กับ พัลเมรัส ต่อจะกระทั่งลีกบราซิลปิดฤดูกาลช่วงธันวาคม) กับ ลวน วิเอร่า ศูนย์หน้าจากสโมสรเกรมิโอ โดยสองคนนี้ซัด 3 ลูกเท่ากัน

 

แซร์จ นาบรี้ ฟอร์มกำลังฮอต


    ส่วน เยอรมัน ตัวจี๊ดตอนนี้คือ แซร์จ นาบรี้ ดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ที่กระหน่ำไปแล้วครึ่งโหล


    องค์ประกอบอินทรีเหล็กชุดนี้แข็งแกร่งเอาเรื่อง


    มาธิอาส กินเทอร์ (ดอร์ทมุนด์), สเวน เบนเดอร์ (ดอร์ทมุนด์), ลาร์ส เบนเดอร์ (เลเวอร์คูเซ่น),มักซ์ เมเยอร์ (ชาลเก้ 04) หรือ นีลส์ ปีเตอร์เซ็น (ไฟร์บวร์ก) ล้วนมีประสบการณ์บอลลีกระดับสูงมาแล้ว


    ฟุตบอลคือกีฬาสามัญประจำชาติของบราซิล พวกเขาเคยอกหักนัดชิง โอลิมปิก 3 ครั้ง (1984, 1988, 2012) ต้องรอดูว่า 78,000 ชีวิตใน มาราคาน่า สเตเดี้ยม จะช่วยให้ถึงฝั่งฝันได้หรือไม่


    เยอรมัน ไม่ได้มาเตะโอลิมปิกนานถึง 28 ปี หนสุดท้ายที่เข้าร่วมคือปี 1988 สมัยยังเป็นเยอรมันตะวันตก และมีซูเปอร์สตาร์อย่าง เยอร์เก้น คลิ้นส์มันน์, คาร์ล-ไฮนซ์ รีดเล่, โธมัส เฮสเลอร์ และ แฟร้งค์ มิลล์


    นี่คือ "นัดชิงในฝัน" ที่มีครบทุกอย่างทั้ง ประวัติศาสตร์ ศักดิ์ศรี ความสำเร็จ ความแค้น ... เทพีแห่งชัยชนะจะอยู่ฝั่งใครเราจะได้รู้กัน

the_kopter